เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตพูดคุยกับคนไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาค

เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตพูดคุยกับคนไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาค

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 มี.ค. 2569

| 29 view
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้พูดคุยกับคนไทยที่ยังอยู่ในโอมาน ณ
สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อ (1) รับทราบความเป็นอยู่ ปัญหาอุปสรรค ความกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาค (2) สื่อสารให้ชุมชนไทยทราบสถานการณ์ล่าสุด รวมทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการเตรียมการของสถานเอกอัครราชทูตในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในโอมานและเยเมนในกรณีฉุกเฉิน (3) รับฟังข้อคิดเห็นและหารือร่วมกัน และ (4) เสริมสร้างขวัญกำลังใจของชุมชนไทยในภาวะวิกฤติ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คน ประกอบด้วยกลุ่มนักเรียนนักศึกษา แพทย์ นักกายภาพบำบัด ผู้ฝึกสอนมวยไทย ร้านอาหารไทย แม่บ้าน เป็นต้น
 
1. เอกอัครราชทูตได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบซึ่งมีการโจมตีหลายเมืองมากขึ้น มีแนวโน้มที่การสู้รบอาจขยายพื้นที่กว้างขึ้น ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ไม่จำกัดเป้าหมายเฉพาะทางทหารและ
ส่งผลกระทบต่อพลเรือนมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและร่างกายของพี่น้องคนไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ แนะนำให้พิจารณาเดินทางกลับประเทศไทยก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยขอให้พิจารณาดำเนินการในโอกาสแรกในขณะที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และยังคงมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการจากกรุงมัสกัตกลับประเทศไทยในราคาที่ยังไม่สูงนัก อย่ารอจนสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ บัตรโดยสารเครื่องบินอาจมีราคาสูงขึ้นมาก อาจหาไม่ได้ อาจไม่มีเที่ยวบิน หรืออาจมีการปิดน่านฟ้า ทำให้หมดโอกาสที่จะออกจากสถานการณ์วิกฤติได้ทันและอาจได้รับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตได้เตรียมออกประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว (ต่อมาได้ประกาศแล้วเมื่อ 14 มีนาคม 2569)
 
2. อย่างไรก็ดี ชุมชนไทยได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ และแจ้งว่า คนไทยบางส่วนมีคู่สมรสเป็นคนท้องถิ่นหรือคู่สมรสมีหน้าที่ที่ยังต้องอยู่ปฏิบัติ บางส่วนประกอบธุรกิจที่ลูกค้าเป็นคนท้องถิ่นโอมาน อาทิ ร้านอาหารไทย หรือยิมสอนมวยไทย จึงไม่ได้รับผลกระทบและธุรกิจจากสถานการณ์มากนัก (เว้นแต่เรื่องวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นบางอย่างหายากและมีราคาสูงขึ้นบ้าง)
ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้ยังไม่ตัดสินใจกลับไทยในช่วงนี้ รวมถึงกลุ่มนักเรียนไทยที่ต้องเข้าเรียนตามปฏิทินการศึกษา เว้นแต่ทางมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนจะประกาศปิด สำหรับกลุ่มคนไทยที่ทำงานในบริษัท/โรงพยาบาล นายจ้างมีแนวทางให้สามารถให้เดินทางกลับไทยได้ตามประกาศคำแนะนำของสถานเอกอัครราชทูตข้างต้น
เอกอัครราชทูตฯ ได้ย้ำความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นอันดับแรก ให้พิจารณาเดินทางกลับประเทศไทยก่อนเป็นการชั่วคราวในขณะที่ยังเป็นไปได้ เนื่องจากหากรอจนเกิดภาวะวิกฤตการอพยพย่อมยากลำบากเต็มไปด้วยเงื่อนไขข้อจำกัดและต้องมีการจัดลำดับตามความจำเป็น ในโอกาสนี้ ชุมชนไทยยังได้พูดคุยทำความเข้าใจร่วมกันในเรื่องลำดับการอพยพในภาวะฉุกเฉินด้วย
 
3. เอกอัครราชทูตได้พูดคุยกับชุมชนไทยในประเด็นเส้นทางอพยพออกจากภูมิภาคทางเที่ยวบินพาณิชย์จากท่าอากาศยานกรุงมัสกัตสำหรับคนไทยในโอมาน ส่วนคนไทยในเยเมนเที่ยวบินพาณิชย์จากเยเมนไปกรุงริยาดเพื่อต่อเครื่องบินกลับไทย จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเส้นทางบกจากเยเมนมาโอมานเพื่อกลับโดยเที่ยวบินพาณิชย์ออกจากกรุงมัสกัต เนื่องจากเส้นทางบกมีระยะทางยาวทั้งในฝั่งเยเมนและโอมานใช้เวลานานมีความเสี่ยง รวมทั้งได้แจ้งชุมชนไทยทราบประเด็นการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น รวมถึงการเตรียมความพร้อมของสถานเอกอัครราชทูตฯ เกี่ยวกับอุปกรณ์การสื่อสารในภาวะฉุกเฉินด้วย
 
4. เอกอัครราชทูตฯ ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ของโอมานและเยเมน เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงในโอกาสที่เอกอัครราชทูตได้เข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงของโอมาน การสำรวจเส้นทางอพยพและหารือกับหน่วยงานโอมานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทาง การประสานงานภายใน
คณะทูต โดยเฉพาะภายในกลุ่มอาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความช่วยเหลือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ในส่วนของรัฐบาลไทยเอง มีการประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และภายในกระทรวงการต่างประเทศมีการจัดตั้ง Middle East Crisis Line Group และการประชุมออนไลน์ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งในตะวันออกกลางกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประเมินและรับมือกับสถานการณ์นี้ และการสื่อสารประกาศเตือนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ถึงชุมชนไทยเป็นระยะที่ผ่านมา
 
5. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้พูดคุยกับชุมชนไทยถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ทบทวนแผนซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประกาศเผยแพร่แล้วเป็นระยะ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การเตรียมเอกสารเดินทาง เอกสารสำคัญ สำรอง อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ในโอกาสนี้ หมอปุ้ยของคนไทยในโอมาน ซึ่งได้เข้าร่วมการพูดคุยครั้งนี้ ได้แนะนำชุมชนไทยว่า
ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องรับประทานยาประจำอย่างต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์ขอรับใบสั่งยา (prescription) และเตรียมยาประจำตัวสำรองไว้สำหรับ 1–2 เดือนเป็นอย่างน้อย เนื่องจากสถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานยาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ แม้โรงพยาบาลยังคงเปิดให้บริการ แต่ยาและเวชภัณฑ์บางรายการที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศอาจนำเข้าได้ล่าช้ากว่าปกติหรือขาดแคลนได้ จึงแนะนำให้พี่น้องคนไทย เตรียมยาประจำตัวและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพในสถานการณ์ปัจจุบัน หมอปุ้ยยังได้จัดยาและอุปกรณ์การรักษาพยาบาลเบื้องต้นมอบแก่สถานเอกอัครราชทูตเพื่อใช้กับชุมชนไทยกรณีฉุกเฉินจำเป็นในสถานการณ์นี้ด้วยโดยได้อธิบายการวิธีการและขนาดของยาให้ทราบ ส่วนแม่ครัวพ่อครัวร้านอาหารไทยได้ให้ข้อมูลการจัดหาอาหารแห้ง พร้อมเสนอสนับสนุนการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูตฯ แก่ชุมชนไทยในการประกอบอาหาร เตาแก๊สพกพา ฯลฯ ในภาวะฉุกเฉินจำเป็นด้วย
 
6. ชุมชนไทยได้ให้ความเห็นแก่สถานเอกอัครราชทูตฯ ว่า การพูดคุยครั้งนี้ได้ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชนในสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี เห็นว่าข้อมูลที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โพสต์เผยแพร่เป็นประโยชน์ เสนอให้เผยแพร่บ่อยครั้งขึ้น เพราะให้ความรู้สึกว่าได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และรัฐบาลไทย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ